ฟุกุ

“ฟุกุ” (ปลาปักเป้า) เป็นของขึ้นชื่อในหมู่ชาวญี่ปุ่นในฐานะอาหารชั้นสูง เนื่องจาก ปลาปักเป้ามีพิษอยู่ในอวัยวะภายใน จึงมีเฉพาะเชฟที่มีใบอนุญาตพิเศษเท่านั้น ที่สามารถนำปลาปักเป้ามาปรุงอาหารได้ ฤดูจับปลาปักเป้าคือช่วงหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ คุณควรไปที่ร้านอาหารในช่วงฤดูนี้หากอยากลองรับประทานปลาปักเป้า วิธีการปรุงปลาปักเป้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ซาชิมิที่เรียกว่า “ฟุกุ-ซาชิ” ซึ่งปลาจะถูกแล่บางมากๆ จนเกือบโปร่งแสง เมื่อนำมาจัดวางบนจานใบใหญ่ ที่ตกแต่งแล้วก็จะดูราวกับเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง โดยปกติปลาปักเป้าแล่ จะถูกจัดเรียงเป็นรูปวงกลมให้ดูเหมือนดอกไม้บานดอกใหญ่

 

 

อย่างไรก็ตาม เชฟบางคนพยายามแข่งกันจัดเรียงในรูปแบบที่สวยที่สุด gclubcrown.net โดยจัดเป็นรูปนกกระเรียนหรือดอกโบตั๋น ปลาปักเป้าแบบนี้จะทานคู่กับพอนซุ (น้ำจิ้มจากพืชตระกูลส้ม) และโมมิจิ โอโรชิ (อาหารที่ทำจากหัวไชเท้าขูดฝอยและพริกไทย คำว่า “โมมิจิ” แปลว่า ต้นเมเปิล และหมายถึงสีแดงของเครื่องเทศ เนื่องจากต้นเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงในฤดูใบไม้ร่วม ส่วนคำว่า “โอโรชิ” แปลว่า “ขูดให้เป็นฝอย”) “นาเบะ” (อาหารหม้อไฟแบบญี่ปุ่น) เป็นรูปแบบการทานปลาปักเป้าอีกอย่างที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เนื้อปลาปักเป้าชิ้นใหญ่ๆ จะถูกต้มในน้ำซุปที่ทำจากส่วนผสมต่างๆ เช่น คอมบุ (สาหร่าย) รวมกับผักต่างๆ เช่น ผักกาดขาว (ฮาคุไซ หรือบ็อกชอยในภาษาจีน) และ “เนงิ” (ต้นหอมญี่ปุ่น) และวัตถุดิบอื่นๆ อาทิ เต้าหู้และเห็ด เมื่อน้ำซุบใกล้ได้ที่ ให้เติมข้าวและเครื่องปรุงรสเพื่อทำเป็นข้าวต้มประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “ฟุกุ โซซุย”

ส่วนที่แพงที่สุดอย่างหนึ่งของปลาปักเป้าคือไข่ปลา หลายคนถึงกับกล่าวว่ารสสัมผัสแบบละลายในปากของไข่ปลาปักเป้าตัวผู้เป็นของอร่อยที่สุดในโลก ซึ่งจะอร่อยเป็นพิเศษในฤดูตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนมีนาคม เมนูนี้มีราคาแพงสักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าน่าลองหากมีโอกาส นอกจากนี้ “ฮิเระ-ซาเกะ” ซึ่งเป็นสาเกญี่ปุ่นที่ใส่ครีบปลาปักเป้าย่างจนหอม มีรสหอมนุ่มอย่างที่หาไม่ได้จากสาเกชนิดอื่นๆ ถึงขนาดที่บางคนรู้สึกว่าชื่อ “ฟุกุ” ในภาษาญี่ปุ่นมีความเกี่ยวข้องกับคำว่า “ฟุคุ” ซึ่งแปลว่า “ความสุข” เชิญลองสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขกับเมนูปลาปักเป้า